การติดตั้ง PyQt บน OS X 10.5 Leopard

27 11 2009

ถ้าทำตาม readme ใน instruction จะบอกเราเพียงแค่ใช้คำสั่ง

$python configure.py

เท่านั้น

ไอ้เราก็ทำตาม พอจะ make ไฟล์ เอ๊ะ ทำไมมันบอกว่า หาไฟล์ make ไม่เจอ เลยลองไปค้นดูก็ถึงบางอ้อ ว่า python บนแมคที่ลงกันมันอยู่คนละที่กับ *nix อื่นๆ มันจะไปอยู่ที่ /Library/Frameworks/Python.framework/Versions/Current/

ก่อนติดตั้งต้องติดตั้ง Mac OS X 10.5 SDK ก่อน (มากับ Xcode)

ติดตั้ง sip:
export MACOSX_DEPLOYMENT_TARGET=10.5
python configure.py -n -d /Library/Frameworks/Python.framework/Versions/เวอร์ชั่นที่ต้องการ/site-packages \
-b /usr/local/bin -e /usr/local/include -v /usr/local/share/sip \
-s MacOSX10.5.sdk
make
sudo make install

ติดตั้ง pyqt:
export QTDIR=/Developer/Applications/Qt
python configure.py -d /Library/Frameworks/Python.framework/Versions/เวอร์ชั่นที่ต้องการ/site-packages \
-b /usr/local/bin




แมคทำเอง (Hackintosh OSX86 10.5.7)

22 09 2009

เริ่มจากการหาข้อมูลจาก insanelymac.com กับ hackint0sh.org ก่อนสุดท้ายก็ community ของไทย thaiosx86.com ครับ

สำหรับ spec ก็ตามนี้ครับ

CPU: Intel Core2Quad Q9400 2.66 GHz
M/B: Gigabyte EP45-UD3R
RAM: OCZ 4 GB
VGA: nVidia GeForce 9800GT DDR3 512 MB
HDD: WD 1 TB
DVD: LG 22X Super Drive

*แนะนำ: คีย์บอร์ดกับเม้าส์ที่ใช้ควรจะเป็นแบบ USB เพราะว่า ไดร์เวอร์สำหรับ PS/2 ไม่ค่อยสมบูรณ์ และคิดว่าคงไม่ปรับปรุงต่อแล้วเพราะ PS/2 ก็เป็นมาตรฐานที่ค่อนข้างเก่าพอควร

หลังจากที่เรา ได้เครื่องที่ต้องการแล้ว ส่วนต่อไปที่ขาดเสียไม่ได้เลยก็คือ ระบบปฏิบัติการ ครับ ก็มีผู้ทำอยู่หลายเจ้าเหมือนกัน (หลาย distro) ไม่ว่าจะเป็น iATKOS,iPC, Kallyway หรือ iDeneb เท่าที่ลองดาวน์โหลด hackintosh มาใช้ก็มี iPC กับ iATKOS (ส่วน Kallyway กับ iDeneb นั้นผมไม่ได้ทดสอบ) iPC ไม่เคยบูตได้เลย แต่สำหรับ iATKOS นั้นบูตได้ตลอด ผมเลยเลือกใช้ iATKOS 10.5.7 มาเป็นระบบสำหรับปฏิบัติการ hackintosk ในครั้งนี้

เริ่มแรกก็ตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนครับว่าเมนบอร์ดเราตั้งให้บูตจากแผ่น CD แล้วหรือยัง ถ้าตั้งแล้วก็ลุยโลด

หลังจากที่บูตเสร็จแล้วก็จะเห็นหน้าต่าง welcome ก่อนที่เราจะติดตั้งระบบ ก็ให้ทำการฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ของเราก่อนโดยไปที่ Utilities>Disk Utility แล้วทำการฟอร์แมตซะ

หลังจากนั้นก็ไป install แล้วไปที่ Customize โดยเลือก option ตามนี้ (สำหรับ spec นี้นะครับ)

+ iATKOS V7 Main System
++ Chameleon V2
++ /Extra directory
++ DSDT
+++ AppleDecrypt
++ Disabler
+++++ DVI/DVI
++++++ NVdarwin
+++ Intel SATA/IDE
+++ jMicron SATA/IDE
+++ Voodoo HDA Driver
+ Post-Install Actions

* เครื่องหมาย + หมายถึงแต่ละเลเวลของ option นะครับ

ที่เหลือก็ติดตั้งไปตามปกก็เรียบร้อยครับ

สำหรับ Final Cut Studio อาจเข้าโปรแกรมไม่ได้ (เฉพาะ Final Cut) เพราะ FNC ตรวจเช็คอุปกรณ์ต่อเครือข่ายต้องเป็น en0 เท่านั้น สามารถตรวจสอบได้ที่

About This Mac > More Info > Network

ทำให้เป็น en0 ได้โดยการลบไฟล์ตั้งค่าทิ้ง (เดี๋ยวเครื่องจะ generate ขึ้นมาใหม่ ก่อนลบทำ backup ไว้ก่อนกันเหนียว)

/Library/Preferences/SystemConfiguration/NetworkInterfaces.plist

หลังจากลบเสร็จแล้วก็ reboot เครื่องก็เสร็จเรียบร้อยครับ

ps. บทความนี้เป็นเพียงแนวทางสำหรับการทดลองทำ hackintosh เท่านั้นครับ การนำไปใช้งานจริงนั้น

ไม่มีผลทดสอบว่าถ้าใช้จริงแล้วจะสามารถทำงานได้สมบูรณ์หรือไม่

แนะนำให้ใช้ของปกติดีกว่าครับสำหรับการใช้งาน

Edit: แก้ไขข้อมูลบางส่วนให้เหมาะสมครับเดี๋ยวคนจะเข้าใจผิด





เน็ตกากๆ

16 09 2009

ทำไม TOT มันห่วยยังงี้ฟ่ะ!?





ช่วงเวลา

1 05 2009

บางครั้งช่วงเวลาดีๆ ก็ผ่านเราไปอย่างรวดเร็ว
ไม่มีใครอยากให้ช่วงเวลาดีๆ หมดลง
เมื่อความเป็นจริงอย่างไรก็คงต้องผ่านไป
จะกลัวอะไร แค่สร้างขึ้นมาใหม่ แค่นั้นเอง…





สภาพแวดล้อมในการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Development Environment)

28 03 2009

ปัจจุบันนี้การพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ดูจะยังเป็นเช่นเดิมคือการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย ไม่ทราบว่าที่อื่นเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ได้เรียนตั้งแต่เข้ามา คือ

ความพยายามที่จะสอนให้เขียนโปรแกรมได้ (ซึ่งคนละอย่างกับการเขียนให้เป็น)

ซึ่งเมื่อพิจารณาดูแล้วอาจจะผิดตรรกะไปซักหน่อย เพราะ ความต้องการให้เขียนโปรแกรมได้เร็วที่สุดจึงมุ่งไปที่วิธีการเขียนมากกว่าการสร้างพื้นฐานความเข้าใจในองค์ประกอบของการเขียนโปรแกรม

ผลที่ตามมาก็คือ นักศึกษาไม่สามารถปรับตัวเข้ากับวิธีการพัฒนาในภาษาแต่ละภาษาที่แตกต่างกัน บางทีภาษาหนึ่งทำเรื่อง A ได้ง่าย แต่สำหรับเรื่อง B อาจจะทำได้ยากมาก ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองเวลาในการพัฒนา และด้วยเหตุผลที่ได้ฟังกันอยู่เสมอว่า

เมื่อวิธีคิดได้ ใช้ภาษาอะไรก็ได้ คงไม่อาจเป็นจริง…

สิ่งที่เห็นอยู่ทุกวันนี้คือหลายๆ คนใช้เครื่องมือโดยที่ไม่รู้ว่ามันเหมาะกับงานหรือไม่

กลายเป็นต้องวิ่งอ้อมโดยไม่จำเป็น

เมื่อเวลาโปรเจ็กปิดเทอมมาถึง งานที่อาจารย์สั่งใหญ่เกินกว่าความสามารถเครื่องมือที่เรียนจะรองรับได้ พอจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องมือเลยเกิดปัญหาขึ้นมา หรือ กรณีกลับกันงานที่อาจารย์สั่งมีขอบเขตนิดเดียวแต่เครื่องมือที่ใช้นั้นทรงพลังมากอย่างนี้ก็เหนื่อยแบบไม่จำเป็นอีกเช่นกัน

ดังนั้น…

สิ่งที่ควรจะเป็นน่าจะเป็นการสอนให้นักศึกษาเข้าใจเรื่องการพัฒนาซอฟต์แวร์มากกว่า ว่ามีลักษณะอย่างไรธรรมชาติของมันเป็นอย่างไร วิชาที่น่าจะมีการสอนตั้งแต่เข้าเรียนเลยน่าจะเป็นวิชาพวก Programming platform อะไรพวกนี้ ก่อนที่จะสอนเรื่องวิธีการเขียนโปรแกรม หรือสอนควบคู่กันไป เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจภาพรวมของมัน

คิดว่าคงจะดีอยู่ไม่น้อย?