เดี๋ยวนี้ผมถามน้องถามนุ่งโรงเรียนเดี๋ยวนี้มีคลาสพิเศษมากมายไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรอินเตอร์ ภาษาจีนเอย อะไรเอย ฟังแล้วปวดหัว อยากจะรู้ว่าเดี๋ยวนี้มันเป็นอะไรกันไปหมดค่านิยมต่างๆ มันก็เริ่มเปลี่ยนไป อย่างตอนที่ผมเด็กๆ อยู่ประถมยังไปเล่นแถวทุ่งนาไล่จับปูปลาได้อยู่เลยไม่เห็นต้องมากังวลกับเรื่องเรียนพิเศษอะไรก็ไม่รู้ เห็นแล้วรู้สึกเวทนายังไงไม่รู้เวลาเห็นเด็กชั้นอนุบาลไปเรียนพิเศษเพื่อจะสอบเข้าโรงเรียนสาธิตชื่อดังแห่งหนึ่ง (คนสอบเป็นพันรับไม่ถึงร้อย) ภาพผู้ปกครองที่เห็นก็เหมือนกับหน้ามืดตามัวยืนกางร่มตากฝนรอรับลูกที่อายุไม่ถึง 7 ขวบเรียนที่กำลังจะเรียนพิเศษเสร็จ

เด็กทุกคนต้องเป็นคนพิเศษกันหมดใช่มั้ยวะ! เดี๋ยวนี้ห้องของเด็กธรรมดาอย่างผมมันแทบจะหาไม่ได้ (หรือว่าตั้งมาแต่ชื่อกันแน่) ยิ่งเด็กที่อ่อนนี่คงไม่ต้องพูดถึงกันเลยคงจะถูกอาจารย์เมินแถมมองว่าเป็นขยะอีก ในเมื่อเด็กมันไม่มีที่อยู่แล้วจะไม่ให้มันหันหลังให้กับการศึกษาได้ยังไงล่ะ แล้วถามจริงๆ เถอะพ่อแม่ที่มีเพาเวอร์พอที่จะพาลูกไปกวดวิชาอะไรต่อมิอะไรได้นี่ผมเห็นแค่พ่อแม่ชั้นกลางขึ้นไปนะ ในเมื่อการศึกษามันโอบอุ้มแต่คนเก่ง คนอ่อนไม่มีทางไปแล้วจะให้คนที่ถูกลืมคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเหล่านี้ ลืมตาอ้าปากได้อย่างไรกัน

ที่หนักที่สุดคงจะเป็นเรียนเหี้ยอะไรมาตั้งเยอะแยะแต่ไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรอยากเป็นอะไร

สุดท้ายระบบการศึกษาบ้านเราไม่ว่าจะเปลี่ยนรูปแบบไปยังไงเป้าหมายก็อยู่ที่มหาลัย(ชั้นนำ)อยู่ดี

ปล. เขียนมาจาก bias ส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Tags:

Posted by: thitipat | เมษายน 1, 2008

Ending of the Telegraph

ตอนที่ยังเรียนประถมผมจำได้ว่าวิชาภาษาไทยจะมีให้หัดแต่งประโยคแปลกๆ เน้นสั้นๆ ได้ใจความ แล้วอาจารย์ก็จะยกเหตุการณ์ขึ้นมา แล้วให้แข่งกันแต่งว่าใครจะสั้นแล้วรู้เรื่องที่สุด (มีรางวัลเป็นลูกอม)

ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะได้ใช้ประโยชน์อะไรโทรศัพท์ก็มีใช้แล้ว (ก็ไม่เคยได้ใช้เลยจริงๆ) นับวันเทคโนโลยีก็ยิ่งทำให้โทรเลขก็เป็นเพียงของโบราณดูคลาสสิคในสายตาเด็กยุดปัจจุบัน

ผมก็จำไม่ได้แล้วว่าไปอ่านประวัติเรื่องโทรเลขมาจากไหนจำได้ก็เพียงคร่าวๆ เท่านั้นเอง

ผู้คิดค้นเครื่องมือสื่อสารนี้ก็คือ แซมมวล มอร์ส ส่วนแรงผลักดันที่ทำให้เขาคิดค้นเจ้าเครื่องนี้ได้สำเร็จมาจากการได้รับข่าวการเสียชีวิตของภรรยาช้าไป 3 วัน เนื่องจากจดหมายเดินทางมาถึงช้า

เหตุผลดูเหมือนจะไม่มีอะไรมากแต่มันก็ส่งผลให้พลิกโฉมการสื่อสารในยุคนั้นไปทั้งโลกเลยทีเดียว ลองมองในยุคของเราๆ กันบ้าง บางทีคนที่นั่งๆ เล่นเน็ตกันอยู่นี้อาจจะเป็นผู้พลิกโฉมเทคโนโลยีอะไรซักอย่างก็เป็นได้ ยิ่งในยุคของเว็บ 2.0 ด้วยแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย…

Tags:

หลังจากที่กระแสของภาพยนต์เรื่องปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ที่มี น้องอ้อย (นามสมมุติ) ดาราชื่อดังแดนเจ้าแม่เอวีร่วมประชันบทบาทด้วย ทำให้เกิดประชาชนเกิดการชุมนุมกันหน้ารัฐสภาโดยเรียกร้องให้ผ่านกฎหมายซื้อขายวัสดุอุปกรณ์ผู้ใหญ่อย่างถูกกฎหมาย จากการสัมภาษณ์ของทีมงาน ได้สัมภาษณ์ นายเซ็ง แซ่เป็ด อาชีพค้าของเก่าหน้ารัฐสภาหนึ่งในผู้ชุมนุม ได้กล่าวว่าขณะนี้ในตลาดใต้ดินผลงานของดาราชื่อดังคนนี้มีความต้องการสูงมากทำให้ขาดตลาดและตนก็มาเก็บของเหลือใช้แถวๆ นี้เห็นคนเยอะเลยคิดว่าน่าจะมีของให้เก็บไปขาย

ซึ่ง ณ ตอนนี้สภาผู้แทนราษฎรได้เปิดวาระการประชุมเป็นการด่วนถกปัญหาด้านกฎหมายและจริยธรรม

อย่างไรก็ตามมติอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ในที่ประชุมนั้นกฎหมายข้อนี้ชนะผลโหวตไปได้ด้วยคะแนนท่วมท้น ซึ่งถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงคาดว่าจะสามารถบังคับใช้ได้ภายในวันนี้ และยังไม่เห็นองค์กรณ์ใดลุกมาต่อต้านกฎหมายฉบับนี้

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

Tags:

Posted by: thitipat | มีนาคม 14, 2008

4:46 AM

ทำไมเวลามันผ่านไปช้านัก…

Posted by: thitipat | มีนาคม 13, 2008

CityGen (Real-Time City Generator)

หายไปพักใหญ่เลย วุ่นมากครับกับงานเอกสารปริญญานิพนธ์ แทบจะเอาไม้บรรทัดมาวัดเลยก็ว่าได้ ล่าสุดวันนี้ก็ส่งแล้วเรียบร้อย (แกะเล่มปริญญานิพนธ์ 1 รอบเพราะปกในตกตัว s ไปตัวนึง)

หลังจากที่ส่งเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้ว เลยเอาเวลาที่มีมาเผยแพร่เรื่องงานที่ทำซักหน่อย ถือว่าเป็นการกระจายความรู้อีกทางหนึ่ง

บ่นซะเยอะเลย ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณผู้มีพระคุณเหล่านี้ก่อน

ขอบคุณอาจารย์เดฟมากๆ ครับ ถ้าไม่มีอาจารย์ผมคงไม่มีวันนี้
ขอบคุณพี่ๆ ในแล็บทุกคนที่ให้คำแนะนำ
ขอบคุณแซนที่ทำโปรเจ็คอย่างแข็งขัน
ขอบคุณพี่องค์ที่คอยนั่งฟังเรื่องไร้สาระ
ขอบคุณปั๊กที่คอยช่วยเหลือเวลามีปัญหา
ขอบคุณพัดที่เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดระยะเวลา 17 ปี
ขอบคุณบุ้งที่ยังแวะเวียนมาหาถึงแม้จะทำงานไปแล้วก็ตาม
ขอบคุณพี่บาสที่คอยตักเตือนอยู่เสมอ
ขอบคุณปอที่คอยดูแลอย่างดีมาตลอด ขอให้งานไปได้สวยนะ
ขอบคุณชุมชนชาว Codenone ที่คอยตอบคำถามเป็นอย่างดีครับ
ขอบคุณหลายๆ คนที่ผมไม่ได้เอ่ยถึงถ้าบุคคลที่ผมไม่ได้เอ่ยถึงเหล่านี้ไม่ได้มาประกอบกันในจังหวะชีวิตของผม ป่านนี้ก็ไม่รู้จะไปอยู่ตรงจุดไหนแล้ว

และคนที่อยากจะขอบคุณมากที่สุดก็คือแม่และพ่อที่ช่วยขัดเกลาผมให้ไม่หลงไปในทางที่ผิด และคอยสั่งสอนในเรื่องต่างๆ ขอบคุณที่ให้ผมได้เรียนในสิ่งที่รัก… ขอบคุณครับ

อ่านต่อ…

Tags: , ,

Older Posts »

Categories